
สวัสดีครับ วันนี้พบกับงานแก้ไขเสาตอม่ออาคารที่เกิดจากสภาวะสนิมกัดกร่อนเหล็กเสริม หรือที่เรียกว่า เสาระเบิด / เสาตอม่อระเบิด เรามาชมวิธีแก้ไขกันครับ

เกริ่นก่อนว่าในสภาวะอาคารที่มีอายุเยอะ เช่น ตัวอย่างในหัวข้อนี้ อาคารนี้มีอายุประมาณ60ปีจากคำบอกเล่าของเจ้าของอาคาร ตั้งอยู่ในย่านเทอดไท กทม. ตัวอาคารเป็นอาคารใต้ถุนเตี้ย ใต้อาคารเป็นลักษณะ ดินเลน ขังความชื้นและน้ำไว้ ทำให้ฐานรากบางส่วน มีสภาวะ เปียกตลอดเวลา( Saturated )ในส่วนที่ต่ำกว่าระดับดิน และมีสภาวะอิ่มตัวด้วยความชื้น(Saturated Air) ในส่วนพ้นพื้นดินขึ้นมา
ทำให้มีการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation)ในเหล็ก(ออกไซด์ของเหล็ก) ส่งผลให้ตัวเสาตอม่ออาคาร(Pier Column) ที่ตำแหน่งกึ่งกลางอาคารช่วงคานต่อเนื่อง (Continuous span) เกิดการสลายตัว พื้นที่หน้าตัดเหล็กเสริมแกนเสาหายไป 100% นั่นคือสาเหตุหลัก (Major effect from corrosion)
และสภาวะที่มากระทำที่ทำให้เสาตอม่อช่วงบน ใต้ท้องคานชั้น1 ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย( Thailand Earthquake 2025 )มากระทำ เกิดแรงทางข้างเป็นภาวะวัฏจักรสลับไปมา (Cyclic load) ทำให้ตัวเสาตอม่อ เกิดช็อตคอลั่มน์ (Short column effect) ทำให้ช่วงเสาซัพพอร์ตคานในตำแหน่งนี้ หายไป จากสแปน 1 เท่า จึงกลายเป็น 2 เท่า นับว่าเป็นการพังอย่างสิ้นเชิง ตัวฐานตอม่อฐานราก เป็นอิสระออกจากกันกับคานชั้น1 โดยคานยังมีความเหนียวจากเซฟตี้แฟคเตอร์คุ้มครองอยู่ จึงทำให้ตัวอาคาร ในช่วงกึ่งกลางอาคารนี้ยังคงอยู่ได้
แต่สาเหตุของปัญหานั้น อาจไม่ได้เกิดจากกรรมของสภาวะการกัดกร่อนเนื่องจากความชื้นเพียงปัจจัยเดียว เนื่องจากตัวอาคาร มีสแปนเสา ค่อนข้างกว้างมาก จึงสันนิษฐานอีกแง่มุมได้ว่า ตัวอาคารอาจจะเกิดโอเวอร์โหลดตั้งแต่การออกแบบอยู่แล้ว ตอม่อเล็ก(Under Design)จึงทำให้ฐานรากฐานนี้นั้น มีโอกาสวิบัติถึงแม้จะไม่เกิดการกัดกร่อนของสนิมในเสาตอม่อจนทำให้เสาระเบิด เพียงแต่ว่าช่วงเวลาประจวบเหมาะกันทำให้เกิดการเสียหาย
ทั้งแผ่นดินไหว ทำให้เกิดแรงทางข้าง(Lateral Seismic Load) การกัดกร่อนของสภาวะออกไซด์ในเหล็ก (Corrosion Disaster) และรวมไปถึง การออกแบบดั้งเดิมที่อาจจะต่ำกว่ากำหนด (Under Design) อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้คือ ระยะหุ้มคอนกรีตในเหล็กเสริม (Covering Concrete) และเหล็กปลอก(Tie Bar)ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ที่จะส่งผลในระยะยาวต่อการใช้งานอาคารที่เกิดขึ้นได้



รูปที่ 2.1 สภาพความเสียหาย ภาพมุมใกล้ จะเห็นได้ว่า เหล็กแกนหลักเหล็กยืนเกิดการโก่งเดาะ ( Rebar Buckling ) สภาพของคอนกรีตที่โดนกะเทาะออก (Concrete Chapped) สภาพของเหล็กปลอก(Tie bar)ระยะห่างระหว่างปลอกน้อย มีสนิมขุม (Pitting Rush) กัดกินจนเป็นคอคอด พื้นที่หน้าตัดหายไปจนเหล็กเกือบจะแยกตัวออกจากกัน คอนกรีตขาดออกจากกัน ทำแนวเฉียงวิบัติแบบแรงเฉือน (Shear failure) นับว่าสิ้นสภาพของเสาตอม่อโดยสิ้นเชิง
คลิปวีดีโอ 2.2 ทำการเตรียมพื้นที่ ติดตั้งค้ำยัน งานแก้ไขเสาตอม่อเป็นสนิม ต่อม่อระเบิด เสาระเบิด






คลิปวีดีโอ 7 ทำการ อัดแรงดัน เข้ากระบอกไฮดรอลิคเพื่อ ค้ำยันตัวอาคารเดิม ให้สูงขึ้นเล็กน้อย
ภาพที่ 8 หลังจากทำการค้ำยันเพื่อให้อาคารยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยและคำยันเพื่อความปลอดภัยเรียบร้อยแล้วเสร็จ
ทำการสกัด เปิดพื้นที่เพื่อดูแผล แผลของอาคารที่เกิดจากสนิมกัดกร่อน สนิมเบ่งจนคอนกรีตแตกตัวออกมา
ต้องสกัดจนเห็นเหล็กเดิม ในจุดที่ไม่มีสนิม

คลิป 8.2 อธิบายในจุดที่เกิด corrosion สนิมกัดกร่อนมากที่สุด



12 ตรวจสอบว่าเหล็กเสริมยืนเสาตอม่อ สูงถึงระดับเหนือใต้ท้องคานขึ้นไปอีก เพื่อตอนเทคอนกรีต จะเทสูงเหนือท้องคานเข้าไป หากเทเสมอท้องคาน ตอนที่คอนกรีตหดตัว สัมประสิทธ์ในการรับน้ำหนักอาจไม่ได้เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากระยะความสูงหลังคอนกรีตเซ็ทตัวแล้วจะหดหายไปอีก



13.2 คลิป วีดีโอ สกัดเสาต่อม่อเดิมที่เป็นสนิมขุมทิ้งไป สกัดคอนกรีตเก่า เสริมเหล็กใหม่ เข้าแบบ เตรียมพร้อมเทคอนกรีต
